สำหรับ 8 ข้อแนะนำที่จะพูดถึงในวันนี้ เป็นผลจากการปฏิบัติเอง และศึกษามาจากแหล่งให้ความรู้หลาย ๆ แหล่งครับ เพื่อเป็นแนวทางให้ เพื่อนๆ ที่กำลังลดน้ำหนักมีแนวทางการปฏิบัติ อีกแนวทางหนึ่ง
1.ไม่ควรทานอาหารหลัง 2 ทุ่ม
ไม่ควรทานหลังสองทุ่ม โดยปกติแล้วตั้งแต่ที่เราทานอาหารเข้าปาก ไปจนถึงออกทางทวารหนัก ระบบย่อยอาหารจะต้องใช้เวลาทำงานประมาณ 16 - 28 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับชนิดของอาหาร เพราะฉะนั่นร่างกายก็จะได้รับพลังงานจากการย่อยอาหารอยู่ซึ่งพอเรานอนร่างกายก็จะเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ในรูปแบบไขมันที่ไปสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย อีกทั้งการทานอาหารก่อนนอนก็มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคกรดไหลย้อยอีกด้วย
ที่มา : http://genzhealth.com
2.ไม่ควรอดอาหาร
การอดอาหาร เช่น อดอาหารมื้อเช้า หรือมื้อเย็น ร่างกายจะคิดว่าเราขาดแคลนอาหาร ร่างกายจะสร้างระบบป้องกันตัวโดยการลดอัตราการเผาผลาญของร่างกายลง ทำให้ระบบการเผาผลาญเสีย พอระบบเผาผลาญเสียกินไรนิดๆ หน่อยๆ ก็อ้วนแล้ว
3. ไม่งดคาร์โบไฮเดรต (แป้ง -> น้ำตาล) และไขมัน
แป้งและน้ำตาล เป็นแหล่งพลังงานที่ง่ายต่อการที่ร่างกายจะนำไปใช้ และกลูโคส(น้ำตาล) ก็เป็นสารตั้งต้นสำหรับสารสื่อประสาทในสมอง ถ้าเราขาดจะทำให้การทำงานของสมองผิดปกติไป สมองไม่แล่นนั่นเอง 555 แต่ถ้าเราทานมากไปก็จะได้รับพลังงานเกิน อ้วนอีก ดังนั่นเราควรทานในปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละวัน จากการวิจัยของสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิด พบว่า
ปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ควรบริโภคต่อวัน
- ผู้สูงอายุ เด็กอายุ 6-13 ปี และผู้หญิงวัยทำงาน ไม่ควรทานเกินวันละ 8 ทัพพี
- วัยรุ่น ผู้ชาย/ผู้หญิง ชายวัยทำงาน ไม่ควรทานเกินวันละ 10 ทัพพี
- ผู้ใช้แรงงาน ผู้ชาย/ผู้หญิง ไม่ควรทานเกินวันละ 12 ทัพพี
ปริมาณน้ำตาลที่ควรบริโภคต่อวัน
- เด็กไม่เกิน 4 ช้อนชา
- ผู้ใหญ่ไม่เกิน 6 ช้อนชา
ไขมันทำหน้าที่ในการเป็นแหล่งพลังงานสำรอง เป็นส่วนทำให้ร่างกายอบอุ่น รองรับแรงกระแทก เป็นส่วนประกอบในเส้นประสาท ช่วยในการดูดซึมวิตามิน ดังนั่นเราจึงขาดไขมันไม่ได้ ควรทานแต่ไขมันดี เช่น น้ำมันปลา หลีกเลี่ยงไขมันทราน เบเกอรี่ หรือ โดนัท ที่ใช้เนยขาว เนยเทียม ครีมเทียม หรือมาการีน เป็นส่วนผสม ต้องทานไขมันในปริมาณที่เหมาะสม ไม่เกิน 65 กรัม หรือประมาณ 16 ช้อนชา
4. ควรดื่มน้ำให้มาก
ร่างกายคนเราประกอบไปด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งในชีวิตประจำวัน เราจะสูญเสียน้ำไปกับการทำกิจกรรมต่างๆ การดื่มน้ำจึงเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งน้ำมีส่วนช่วยในการล้างสารพิษออกจากอวัยวะ หรือการนำสารอาหารและออกซิเจนไปสู่เซลล์ต่าง ๆ คนเราขาดน้ำได้ไม่เกิน 5 วัน หรือ 1 สัปดาห์ ผู้เขียนแค่วันเดียวก็แย่ละ 555 เราควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร ผู้เขียนใช้วิธีจิบเรื่อยๆ ระหว่างวัน
ที่มา : http://www.kangenwater-thailand.com
5. ควรหลีกเลี่ยงอาหารเค็มจัด หวานจัด
อาหารรสจัดๆ จะมีน้ำตาลและเกลือปรุงอาหารมาก ซึ่งการทานเกลือกับหวานมากๆ มีผลทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน และโรคความดันโลหิตสูง อาจจะเป็นโรคไตด้วยนะ แต่ละโรคน่ากลัวทั้งนั่น อีกอย่างกินเค็มมากๆ จะทำให้บวมน้ำด้วย ดูอ้วนนั่นเอง
ที่มา : http://www.thaifoodworld.com
6. กินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่
ต้องทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน เกลือแร่ เมื่อเราขาดสารอาหารสำคัญหมู่ใดหมู่หนึ่ง สมองจะสั่งให้เราทานอาหารเพิ่ม เพื่อเติมสารอาหารที่เราขาด ทำให้เรากินบ่อยขึ้น กินหลายมื้อขึ้น พลังงานก็จะเกิน จึงทำให้ลดน้ำหนักยาก
ที่มา : http://www.thaifoodworld.com
7. ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
แอลกอฮอล์ให้พลังงานสูงมากต่อหนึ่งหน่วยบริโภค อีกทั้งแอลกอฮอล์มีผลต่อการทำงานของระบบประสาท ตับก็ต้องทำงานหนักขึ้น ทำให้ร่างกายไม่สมบูรณ์แข็งแรง มีผลต่อกายลดน้ำหนักเป็นอย่างมาก เสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ ง่ายขึ้นอีกด้วย
ที่มา : http://www.thaihealth.or.th/
8. พักผ่อนให้เพียงพอ
ข้อนี้สำคัญมาควรพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวัน ร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมน (Growth hormones) ออกมาขณะเรานอนหลับสนิท เพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ช่วยทำให้ระบบต่างๆ ทำงานได้เป็นปกติ เสริมสร้างภูมิต้านทาน การพัฒนาการด้านสมอง คงความหนุ่มสาว ทำให้หน้าเด็กนั่นเอง
Credit:สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล, สสส, หนังสือ ถ้ารู้คงผอมไปนานแล้ว





ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น